หนังตากระตุก ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

หนังตากระตุก

ทุกคนคงได้ยินคำที่เขามักจะพูดกันอยู่เสมอ เวลาที่มีอาการหนังตากระตุกก็คือ ถ้ากระตุกข้างขวาเขาว่า มักจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ถ้ากระตุกข้างซ้าย เขาว่าจะมีเรื่องดีเกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งบางทีมันก็อาจจะจริงหรือไม่จิงก็ได้ เพราะเรื่องแบบนี้ เป็นสิ่งที่ขาเล่าต่อกันมาตั้งแต่โบราณเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะยืนยันว่า สิ่งเหลล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจริงมากกว่าคำทำนายก็คือ มันเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพของเรานั่นเอง ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้าม วิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปรกติ

และอาการหนังตากระตุก นอกจากจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพของเราแล้ว มันยังเป็นสัญญาณเตือนโรคหลายๆ โรคที่จะตามมาด้วย หากมองข้ามไม่สนใจกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ จากโรคที่คิดว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ มันก็สามารถเป้นเรื่องใหญ่ได้เช่นกัน

สำหรับสเหตุของการเกิดอาการหนังตากระตุกนั้นจะมาจาก ปัญหาความเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรือ่งงาน เรื่องชีวิต เรื่องความรัก หรือแม้แต่เรืองการเงินก็ตาม เมื่อมีความเครียดเข้ามาสะสมในสมองเข้าเยอะๆ ร่างกายของเราก็จะกระตุ้นกล้าเนื้อบางส่วนของตา ทำให้เรามีอาการหนังตากระตุก และไม่เพียงแค่หนังตาเท่านั้น ที่มีอาการกระตุกได้ ที่มุมปาก หรือว่าใต้ตา ก็สามารถเกิดการกระตุกได้เช่นกัน

และนอกจากปัญหาความเครียดแล้ว การนอนพักผ่อน ก็ถือว่าเป็นปัยหาหนึ่งเช่นกัน ที่ทำให้เกิดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อขึ้น โดยเฉพาะคนที่นอนดึกเป็นประจำ หรือว่านอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ มักจะมีปัญหาอาการกระตุกของกล้ามเนื้ออยู่เป็นประจำ สำหรับวิธีการแก้ปัยหาอาการกระตุกของตา หรือกล้ามเนื้อบนใบหน้า ก็สามารถแก้ได้ง่ายๆ เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้เป็นเวลา ก็สามารถที่จะทำให้อาการเลห่านี้หายไปได้

แต่สำหรับคนที่มองข้ามสาเหตุของอาการเหล่านี้ มันก็สามารถทำให้เกิดโรคหลายอย่างตามมาได้เช่นกัน อย่างเช่นโรคเครียด หรือโรคซึมเศร้า คนที่มีปัญหาของโรคเหล่านี้อยู่แล้ว มักจะเจอกับอาการกระตุกของกล้าเนื้อบนบริเวณใบหน้าอยู่เสมอ

คนทีรู้ตัวว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ ก็ควรจะหันมาใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ว่าเรามีปัยหาอะไรเกี่ยวกับสุขภาพหรือไม่ และควรจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อให้อาการเหล่านี้มันหายไป และไม่ทำให้เกิดโรคหรือว่าอาการที่หนักกว่าเดิม ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่เครียดมาก ก็หาทางกำจัดความเครียดเหล่านั้นออกไปให้เร็วที่สุด

หรือถ้ารู้ว่าตคัวเองพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เปลี่ยนเวลาการพักผ่อนเสียใหม่ ให้นอนให้เป็นเวลา อาการเลห่านี้ก็จะหายไปได้เอง และจะไม่ทำให้เราเสี่ยงต่อการเดโรคอะไรที่รักษายากกว่านี้ด้วย

จะเห็นว่าอาการเล็กๆ น้อยเหล่านี้ มันก็สามารถเป็นสัญญาณเตือนโรคบางอย่าง ที่รุนแรงกว่าได้ ถ้าเรารู้ว่าสาเหตุของอาการเหล่านั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร คนที่อยากจะห่างไกลจากโรค้ายทั้งปวง ก็ควรจะหันาใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น ถ้ามีอาการผิดปรกติอะไรเล็กน้อยเกิดขึ้นกับตัวเอง ก็ควรจะหาทางแก้ไขทันที ไม่ควรจะปล่อยเอาไว้ให้นาน